Cellular Beam คานแปรรูปแบบมีช่องเปิด
เหล็ก Cellular Beam เป็นชนิดหนึ่งของเสาโครงสร้างที่ประกอบด้วยรูตามแนวเหล็ก หรือที่บางครั้งเรียกว่า เซลล์ (cells) ตามความยาวของเสาที่เป็นรู เหล่านี้อาจมีรูปร่างที่เป็นวงกลมหรือเหลี่ยม และมีระยะห่างเท่าๆ กันตามขนาดของเสา หากเป็นรูปหกเหลี่ยม จะเรียกว่า “Castellated Beam”
วิธีการผลิต

ผลิตโดยการนำเหล็ก H-Beam มาตัดบริเวณเอว (Web) ตามรูปแบบที่วิศวกรโครงสร้างเป็นผู้กำหนด “องศาของมุมตัด” หรือ “รัศมีความโค้ง” และ “ระยะห่างระหว่างช่องเปิด” เพื่อให้เหมาะสมกับการรับแรงของโครงสร้างอาคารในแต่ละหลัง จากนั้นจึงนำกลับมาเชื่อมคืนดังรูปแบบที่ต้องการ โดยคานลักษณะนี้หากช่องเปิดเป็นรูกลม จะเรียกว่า “Cellular Beam”
เทียบเหล็ก Cellular Beam กับเสาเหล็กที่เป็นคาน (Solid beams)


* สะดวกในการใช้งาน:
เหล็ก Cellular Beam ทำให้งานติดตั้งเป็นเรื่องง่าย โดยเราสามารถนำสายไฟฟ้า, ท่อประปา, ระบบปรับอากาศและระบายความร้อน (HVAC) ผ่านเหล็กได้โดยตรงผ่านช่องว่าง โดยไม่ต้องมีการจัดการหรือการติดตั้งบางส่วนเพิ่มเติม ในกรณีของคานปกติที่เป็นเหล็ก อาจจะต้องมีการต่อท่อรอบคานบริเวณติดตั้ง ซึ่งอาจทำให้ต้องใช้พื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งนั้นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน
* น้ำหนัก:
เหล็ก Cellular beam มีน้ำหนักเบากว่าเสาเหล็กที่เป็นคานเนื่องจากมีช่องว่างตามความยาวของเหล็ก เหล็ก Cellular Beam จึงเป็นที่นิยมสำหรับโครงสร้างที่มีระยะยาว
* ความแข็งแรง:
เหล็ก Cellular beam มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูงกว่าเสาเหล็กที่เป็นคานแบบทั่วไป เนื่องจากมีช่องว่างช่วยในการกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ใช้วัสดุน้อยลงในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างได้
* รูปร่างลักษณะของเหล็ก:
เหล็ก Cellular beam ถือว่ามีลักษณะรูปทรงที่สวยงามมากกว่าเสาเหล็กที่เป็นคานทั่วไป การมีช่องว่างในเหล็ก Cellular beam ทำให้เหมาะสำหรับการออกแบบที่ต้องการความสวยงาม ในขณะที่เสาเหล็กที่เป็นคานที่มีลักษณะที่เป็นท่อนเหล็กเต็ม อาจถูกเลือกในการใช้ในบางการออกแบบตามความเหมาะสม
* ค่าใช้จ่าย:
ค่าใช้จ่ายในการผลิตเหล็ก Cellular beam อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความซับซ้อนในการออกแบบ วัสดุที่เลือก และวิธีการผลิต โดยทั่วไปแล้ว เหล็ก Cellular beam อาจมีราคาสูงกว่าเสาเหล็กที่เป็นคานทั่วไป เนื่องจากกระบวนการผลิตเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการสร้างช่องว่างนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมในส่วนอื่นๆ ได้ เช่นน้ำหนักที่เบากว่าเสาเหล็กที่ใช้ทำคานทั่วไป ค่าขนส่งที่ลดลง และค่าติดตั้งที่ประหยัดลงตามไปด้วย
การนำไปใช้งาน

เหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นโครงสร้างหลังคา (Roof Beam) และคานรับพื้น (Floor Beam) ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนการก่อสร้างได้แล้วนั้น ยังเพิ่มพื้นที่ (Space) ให้กับอาคารดูรู้สึกโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น จากการที่สามารถเดินท่องานระบบต่างๆ ผ่านช่องที่เปิดได้ โดยไม่ต้องเดินอ้อมใต้ท้องคาน ทำให้ได้ระยะพื้นถึงท้องฝ้า (Ceiling Height) มากขึ้น หรือ เมื่อใช้ในโครงสร้างหลังคาเมื่อเที่ยบกับระบบโครงถัก (Truss) ก็จะมีขนาดโครงสร้างที่เล็กกว่าและดูสวยงาม เช่น โรงงาน โกดังเก็บสินค้า โรงเก็บเครื่องบิน โครงหลังคาสนามกีฬา หลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ โชวร์รูมรถยนต์ หลังคาที่จอดรถ อาคารจอดรถ ตลาดสด และอีกหลายรูปแบบตามความต้องการ
สรุป
เหล็ก Cellular beam มีข้อดีเช่น น้ำหนักที่เบากว่า คานเหล็กทั่วไป มีความแข็งแรงสูงเมื่อเทียบกับน้ำหนักของเหล็ก สะดวกต่อการใช้งาน และลักษณะรูปลักษณะที่ดูสวยงามมากขึ้น แต่ก็อาจมีราคาสูงกว่า เสาเหล็กที่เป็นคาน ในการเลือกใช้ระหว่าง เหล็ก Cellular beam และ เสาเหล็กที่เป็นคาน ขึ้นอยู่กับความต้องการของโครงการเฉพาะๆ เช่น ระยะยาวของแขนง ความต้องการในการรับน้ำหนัก การพิจารณาสถาปัตยกรรม และข้อจำกัดในงบประมาณต่างๆ เป็นต้น