เหล็กกล่องจำนวนมาก

สรุปความต่าง ท่อกลม มอก. และเหล็กกล่อง มอก. 107-2566 vs 2561 มาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ เปลี่ยนอะไรบ้าง?

บทความ
อัพเดทล่าสุด : 11 ธันวาคม 2568
Kanyanat
โดย Kanyanat
เลือกอ่านเรื่องที่คุณสนใจ เปิด

ช่วงนี้วงการเหล็กมีการตื่นตัวเรื่องการปรับเปลี่ยนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ครั้งใหญ่ นั่นคือการประกาศใช้ มอก. 107-2566 เข้ามาแทนที่ฉบับเดิม (2561) ซึ่งส่งผลโดยตรงกับผู้ที่ต้องการซื้อเหล็กท่อกลม และ เหล็กกล่อง มอก. ไปใช้งานค่ะ

หลายคนอาจสงสัยว่าเปลี่ยนเลขแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง? และส่งผลกับการเลือกซื้อเหล็กกล่อง มอก. ของเรายังไง? วันนี้ KTM Metal ได้สรุปเนื้อหาสำคัญ เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามาตรฐานใหม่นี้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

 

มอก. คืออะไร? ทำไมต้องให้ความสำคัญ?

มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางวิชาการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดขึ้น เพื่อควบคุมให้ผู้ผลิตผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งานค่ะ 

สำหรับวงการก่อสร้าง เครื่องหมาย มอก. บนเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กกล่อง มอก. เปรียบเสมือนตัวช่วยยืนยันว่าเหล็กเส้นนั้นมีความหนา น้ำหนัก และความแข็งแรงถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ไม่ใช่เหล็กเบาหรือเหล็กด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างอาคารในอนาคต ดังนั้นการเลือกใช้เหล็กที่มี มอก. และเป็น มอก. ฉบับปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากเลยค่ะ

 

ทำไมต้องเลือกใช้ท่อเหล็กและเหล็กกล่อง มอก. 107-2566?

การตัดสินใจเลือกใช้เหล็กมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามข้อบังคับ แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวของทุกโครงการก่อสร้าง นี่คือเหตุผลที่คุณควรพิจารณาค่ะ

  1. ลดความเสี่ยง ลดงานซ่อม
    ปัญหาเหล็กเป็นสนิมเร็วหรือโครงสร้างแอ่นตัวมักเกิดจากการใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน การใช้เหล็ก มอก. 107-2566 ที่มีสเปกการเคลือบและคุณภาพเหล็กชัดเจน จะช่วยตัดปัญหาจุกจิกกวนใจเหล่านี้ไปได้ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณมาซ่อมแซมภายหลัง
  2. ยกระดับความน่าเชื่อถือให้ผู้รับเหมา
    การเลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานรับรองฉบับล่าสุด เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในคุณภาพงานของผู้รับเหมา ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจและความไว้วางใจให้กับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการได้เป็นอย่างดี
  3. ผ่านการตรวจรับงานได้ราบรื่น
    สำหรับงานราชการหรืองานโครงการขนาดใหญ่ การใช้วัสดุที่ตรงตามมาตรฐานปัจจุบันพร้อมใบรับรองที่ถูกต้อง จะช่วยให้ขั้นตอนการตรวจสอบและส่งมอบงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัดเรื่องเอกสาร
  4. ความคุ้มค่าที่พิสูจน์ได้
    แม้ราคาตั้งต้นของเหล็ก มอก. อาจดูสูงกว่าเหล็กทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ความแข็งแรงที่มากกว่า และความปลอดภัยที่ได้รับ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวค่ะ

 

4 จุดเปลี่ยนสำคัญของ เหล็กกล่อง มอก. 107-2566 ที่เปลี่ยนไปจาก 2561

มาตรฐานฉบับใหม่นี้ ไม่ได้แค่เปลี่ยนชื่อปี พ.ศ. แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ครอบคลุมเทคโนโลยีการผลิตเหล็กในปัจจุบัน และเน้นความโปร่งใสในการตรวจสอบคุณภาพสินค้ามากขึ้น ดังนี้ค่ะ

1. ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมมากขึ้น

ในมาตรฐานฉบับเดิม (2561) เนื้อหาหลักจะเน้นไปที่เหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง หรือเหล็กดำที่เราคุ้นเคย แต่ในความเป็นจริง ตลาดมีการใช้งานเหล็กกันสนิมมากขึ้น มอก. 107-2566 จึงขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมสินค้า 4 ประเภทชัดเจน ได้แก่

  • ท่อดำ (ไม่เคลือบผิว): เหล็กรูปพรรณทั่วไป
  • ท่อเคลือบสี: เหล็กที่ทาสีรองพื้นมาจากโรงงาน
  • ท่อเคลือบโลหะก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc): หรือเหล็กกัลวาไนซ์ที่พับขึ้นรูปจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี
  • ท่อเคลือบสังกะสีหลังขึ้นรูป (Hot-Dip Galvanized): ท่อดำนำไปชุบสังกะสีทีหลัง

ข้อดี: ทำให้ท่อเหล็ก และเหล็กกล่อง มอก. ประเภทกัลวาไนซ์ และพรีซิงค์มีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องเหล็กไร้มาตรฐานอีกต่อไปค่ะ

2. ฉลากสินค้าต้องระบุสัญลักษณ์ชั้นเคลือบให้ชัดเจน

เพื่อแก้ปัญหาความสับสนเรื่องความหนาของชั้นเคลือบกันสนิม มาตรฐานใหม่บังคับให้ผู้ผลิตต้องระบุปริมาณมวลสารเคลือบบนฉลากสินค้าด้วย

  • เช่น ระบุรหัส Z06, Z12, Z27 สำหรับเหล็กพรีซิงค์
  • หรือระบุความหนาเป็นไมครอน สำหรับเหล็กชุบฮอตดิป

ข้อดี: ผู้ซื้อสามารถเช็กสเปกความทนทานต่อสนิมได้ทันทีว่าเหมาะกับงานภายในหรืองานภายนอก

3. ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ 

ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ มาตรฐาน 2566 จึงเพิ่มข้อกำหนดในการแสดงข้อมูลบนสินค้าให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยต้องระบุ

  • รหัสรุ่นที่ทำ หรือวันเดือนปีที่ทำ: รหัสสำคัญที่ช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มาและล็อตการผลิตของวัตถุดิบได้
  • รายละเอียดการเคลือบ: เพื่อให้ทราบคุณสมบัติการกันสนิมที่ชัดเจน

ข้อดี: หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำค่ะ

4. กำหนดเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนอย่างเข้มงวด

โดยมาตรฐานใหม่นี้จะกำหนดให้ความหนาผนังท่อต้องสอดคล้องกับคุณภาพของวัตถุดิบต้นทาง และควบคุมค่าความคลาดเคลื่อนของทั้งความหนา ความยาว ความโก่ง เส้นผ่านศูนย์กลาง และน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ สมอ. 

 

ตารางเปรียบเทียบ: มอก. 107-2561 (เดิม) vs มอก. 107-2566 (ใหม่)

หลักเกณฑ์การเปรียบเทียบมอก. 107-2561 (มาตรฐานเดิม)มอก. 107-2566 (มาตรฐานใหม่)
ขอบข่ายด้านขนาดและมิติระบุสเปกขั้นต่ำของท่อแต่ละประเภทไว้อย่างกว้างๆ

• ท่อกลม Ø ≥ 21.3 มม., หนา ≥ 2 มม.
• ท่อเหลี่ยม ≥ 20×20 มม., หนา ≥ 1.6 มม.
• ท่อแบน ≥ 40×20 มม., หนา ≥ 1.6 มม.
• ระบุรายละเอียดขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนัก ตามมาตรฐานผู้ผลิตกำหนด
• ความหนาผนังท่อจะอิงตามคุณภาพวัตถุดิบต้นทาง
• เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนต้องผ่านการรับรองจาก สมอ. อย่างเคร่งครัด
ชนิดของการเคลือบผิวครอบคลุมหลักๆ 3 ประเภท

• ท่อดำ (Black Steel Pipe)
• ท่อเคลือบสี (P-Coat Pipe)
• ท่อเคลือบสังกะสี (Galvanized Pipe)
ครอบคลุมชนิดเดิม และ เพิ่มความชัดเจน 2 ประเภทใหม่

• เคลือบโลหะก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc / GI): ใช้แผ่นเหล็กชุบสังกะสีมาผลิต
• เคลือบสังกะสีหลังขึ้นรูป (Hot-Dip Galvanized): นำท่อดำไปชุบสังกะสีทีหลัง
ข้อกำหนดการเคลือบสังกะสีระบุเกณฑ์กว้างๆ เช่น

• ชุบไฟฟ้า: Z12 ถึง Z60
• ชุบจุ่มร้อน: หนาเฉลี่ย ≥ 75 ไมครอน หรือมวลสังกะสี ≥ 530 กรัม/ตร.ม.
ระบุรายละเอียดวัตถุดิบและการเคลือบเจาะลึก เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับได้แม่นยำ

1. กรณีเคลือบก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc): อิงมาตรฐานวัตถุดิบ (มอก. 50, 3243, 2223, 2228, 2981, 3059) รองรับทั้ง GI, Aluzinc, EG และ MAZ 
หมายเหตุ: เหล็ก GI ต้องมีมวลชั้นเคลือบขั้นต่ำ Z060 และ MAZ ต้องมีมวลชั้นเคลือบขั้นต่ำ K060 อีกทั้งต้องพ่น Zinc Spray ปิดตะเข็บทุกครั้ง

2. กรณีเคลือบหลังขึ้นรูป (Hot-Dip): อิง มอก. 3198 ความหนาเฉลี่ยต้อง ≥ 45 ไมครอน หรือมวลสังกะสี ≥ 320 กรัม/ตร.ม.
ประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นการกำหนดมาตรฐานคุณภาพเบื้องต้นยกระดับความปลอดภัยสูงสุด

• เข้มงวดเรื่องสเปกและการตรวจสอบมากขึ้น
• ป้องกันเหล็กด้อยคุณภาพหลุดรอดสู่ตลาด
• ผู้ซื้อได้สินค้าที่มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย

 

บทสรุป มาตรฐานใหม่ เพื่อความมั่นใจที่มากกว่า

การเปลี่ยนแปลงมาใช้ มอก. 107-2566 ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ใช้งานทุกท่านค่ะ เพราะช่วยให้เราได้ใช้เหล็กที่มีคุณภาพ ตรวจสอบได้ และเลือกสเปกการกันสนิมได้ตรงกับหน้างานจริงๆ หมดปัญหาเรื่องการถูกย้อมแมวขายเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหา เหล็กกล่อง มอก. เหล็กท่อกลม หรือเหล็กกัลวาไนซ์ ที่ผลิตถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 107-2566 ฉบับใหม่ พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพครบถ้วน สามารถติดต่อสอบถามทีมงาน KTM Metal ได้เลยนะคะ เราคัดสรรเหล็กคุณภาพเน้นๆ พร้อมบริการจัดส่งถึงที่ เพื่อให้งานของคุณแข็งแรงและปลอดภัยที่สุดค่ะ 

ปรึกษาเรื่องเหล็กมาตรฐานใหม่ หรือขอใบเสนอราคา ทักหาเราได้ที่

  • Line: @ktmmetal
  • Tel: 02-323-9307
Kanyanat
เขียนโดย
- ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- ปริญญาโท Master of International Management, Portland State University, USA

-Trainee at World Trade Center , Portland , USA

- 2008 - Present ผู้บริหาร บริษัท ก. ธนวัฒน์ เมทอล จำกัด (KTM METAL)