สรุปความต่าง ท่อกลม มอก. และเหล็กกล่อง มอก. 107-2566 vs 2561 มาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ เปลี่ยนอะไรบ้าง?
ช่วงนี้วงการเหล็กมีการตื่นตัวเรื่องการปรับเปลี่ยนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ครั้งใหญ่ นั่นคือการประกาศใช้ มอก. 107-2566 เข้ามาแทนที่ฉบับเดิม (2561) ซึ่งส่งผลโดยตรงกับผู้ที่ต้องการซื้อเหล็กท่อกลม และ เหล็กกล่อง มอก. ไปใช้งานค่ะ
หลายคนอาจสงสัยว่าเปลี่ยนเลขแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง? และส่งผลกับการเลือกซื้อเหล็กกล่อง มอก. ของเรายังไง? วันนี้ KTM Metal ได้สรุปเนื้อหาสำคัญ เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามาตรฐานใหม่นี้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
มอก. คืออะไร? ทำไมต้องให้ความสำคัญ?
มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางวิชาการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดขึ้น เพื่อควบคุมให้ผู้ผลิตผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งานค่ะ
สำหรับวงการก่อสร้าง เครื่องหมาย มอก. บนเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กกล่อง มอก. เปรียบเสมือนตัวช่วยยืนยันว่าเหล็กเส้นนั้นมีความหนา น้ำหนัก และความแข็งแรงถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ไม่ใช่เหล็กเบาหรือเหล็กด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างอาคารในอนาคต ดังนั้นการเลือกใช้เหล็กที่มี มอก. และเป็น มอก. ฉบับปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากเลยค่ะ
ทำไมต้องเลือกใช้ท่อเหล็กและเหล็กกล่อง มอก. 107-2566?
การตัดสินใจเลือกใช้เหล็กมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามข้อบังคับ แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวของทุกโครงการก่อสร้าง นี่คือเหตุผลที่คุณควรพิจารณาค่ะ
- ลดความเสี่ยง ลดงานซ่อม
ปัญหาเหล็กเป็นสนิมเร็วหรือโครงสร้างแอ่นตัวมักเกิดจากการใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน การใช้เหล็ก มอก. 107-2566 ที่มีสเปกการเคลือบและคุณภาพเหล็กชัดเจน จะช่วยตัดปัญหาจุกจิกกวนใจเหล่านี้ไปได้ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณมาซ่อมแซมภายหลัง - ยกระดับความน่าเชื่อถือให้ผู้รับเหมา
การเลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานรับรองฉบับล่าสุด เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในคุณภาพงานของผู้รับเหมา ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจและความไว้วางใจให้กับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการได้เป็นอย่างดี - ผ่านการตรวจรับงานได้ราบรื่น
สำหรับงานราชการหรืองานโครงการขนาดใหญ่ การใช้วัสดุที่ตรงตามมาตรฐานปัจจุบันพร้อมใบรับรองที่ถูกต้อง จะช่วยให้ขั้นตอนการตรวจสอบและส่งมอบงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัดเรื่องเอกสาร - ความคุ้มค่าที่พิสูจน์ได้
แม้ราคาตั้งต้นของเหล็ก มอก. อาจดูสูงกว่าเหล็กทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ความแข็งแรงที่มากกว่า และความปลอดภัยที่ได้รับ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวค่ะ
4 จุดเปลี่ยนสำคัญของ เหล็กกล่อง มอก. 107-2566 ที่เปลี่ยนไปจาก 2561
มาตรฐานฉบับใหม่นี้ ไม่ได้แค่เปลี่ยนชื่อปี พ.ศ. แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ครอบคลุมเทคโนโลยีการผลิตเหล็กในปัจจุบัน และเน้นความโปร่งใสในการตรวจสอบคุณภาพสินค้ามากขึ้น ดังนี้ค่ะ
1. ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมมากขึ้น
ในมาตรฐานฉบับเดิม (2561) เนื้อหาหลักจะเน้นไปที่เหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง หรือเหล็กดำที่เราคุ้นเคย แต่ในความเป็นจริง ตลาดมีการใช้งานเหล็กกันสนิมมากขึ้น มอก. 107-2566 จึงขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมสินค้า 4 ประเภทชัดเจน ได้แก่
- ท่อดำ (ไม่เคลือบผิว): เหล็กรูปพรรณทั่วไป
- ท่อเคลือบสี: เหล็กที่ทาสีรองพื้นมาจากโรงงาน
- ท่อเคลือบโลหะก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc): หรือเหล็กกัลวาไนซ์ที่พับขึ้นรูปจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี
- ท่อเคลือบสังกะสีหลังขึ้นรูป (Hot-Dip Galvanized): ท่อดำนำไปชุบสังกะสีทีหลัง
ข้อดี: ทำให้ท่อเหล็ก และเหล็กกล่อง มอก. ประเภทกัลวาไนซ์ และพรีซิงค์มีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องเหล็กไร้มาตรฐานอีกต่อไปค่ะ
2. ฉลากสินค้าต้องระบุสัญลักษณ์ชั้นเคลือบให้ชัดเจน
เพื่อแก้ปัญหาความสับสนเรื่องความหนาของชั้นเคลือบกันสนิม มาตรฐานใหม่บังคับให้ผู้ผลิตต้องระบุปริมาณมวลสารเคลือบบนฉลากสินค้าด้วย
- เช่น ระบุรหัส Z06, Z12, Z27 สำหรับเหล็กพรีซิงค์
- หรือระบุความหนาเป็นไมครอน สำหรับเหล็กชุบฮอตดิป
ข้อดี: ผู้ซื้อสามารถเช็กสเปกความทนทานต่อสนิมได้ทันทีว่าเหมาะกับงานภายในหรืองานภายนอก
3. ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ มาตรฐาน 2566 จึงเพิ่มข้อกำหนดในการแสดงข้อมูลบนสินค้าให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยต้องระบุ
- รหัสรุ่นที่ทำ หรือวันเดือนปีที่ทำ: รหัสสำคัญที่ช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มาและล็อตการผลิตของวัตถุดิบได้
- รายละเอียดการเคลือบ: เพื่อให้ทราบคุณสมบัติการกันสนิมที่ชัดเจน
ข้อดี: หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำค่ะ
4. กำหนดเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนอย่างเข้มงวด
โดยมาตรฐานใหม่นี้จะกำหนดให้ความหนาผนังท่อต้องสอดคล้องกับคุณภาพของวัตถุดิบต้นทาง และควบคุมค่าความคลาดเคลื่อนของทั้งความหนา ความยาว ความโก่ง เส้นผ่านศูนย์กลาง และน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ สมอ.
ตารางเปรียบเทียบ: มอก. 107-2561 (เดิม) vs มอก. 107-2566 (ใหม่)
| หลักเกณฑ์การเปรียบเทียบ | มอก. 107-2561 (มาตรฐานเดิม) | มอก. 107-2566 (มาตรฐานใหม่) |
|---|---|---|
| ขอบข่ายด้านขนาดและมิติ | ระบุสเปกขั้นต่ำของท่อแต่ละประเภทไว้อย่างกว้างๆ • ท่อกลม Ø ≥ 21.3 มม., หนา ≥ 2 มม. • ท่อเหลี่ยม ≥ 20×20 มม., หนา ≥ 1.6 มม. • ท่อแบน ≥ 40×20 มม., หนา ≥ 1.6 มม. | • ระบุรายละเอียดขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนัก ตามมาตรฐานผู้ผลิตกำหนด • ความหนาผนังท่อจะอิงตามคุณภาพวัตถุดิบต้นทาง • เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนต้องผ่านการรับรองจาก สมอ. อย่างเคร่งครัด |
| ชนิดของการเคลือบผิว | ครอบคลุมหลักๆ 3 ประเภท • ท่อดำ (Black Steel Pipe) • ท่อเคลือบสี (P-Coat Pipe) • ท่อเคลือบสังกะสี (Galvanized Pipe) | ครอบคลุมชนิดเดิม และ เพิ่มความชัดเจน 2 ประเภทใหม่ • เคลือบโลหะก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc / GI): ใช้แผ่นเหล็กชุบสังกะสีมาผลิต • เคลือบสังกะสีหลังขึ้นรูป (Hot-Dip Galvanized): นำท่อดำไปชุบสังกะสีทีหลัง |
| ข้อกำหนดการเคลือบสังกะสี | ระบุเกณฑ์กว้างๆ เช่น • ชุบไฟฟ้า: Z12 ถึง Z60 • ชุบจุ่มร้อน: หนาเฉลี่ย ≥ 75 ไมครอน หรือมวลสังกะสี ≥ 530 กรัม/ตร.ม. | ระบุรายละเอียดวัตถุดิบและการเคลือบเจาะลึก เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับได้แม่นยำ 1. กรณีเคลือบก่อนขึ้นรูป (Pre-Zinc): อิงมาตรฐานวัตถุดิบ (มอก. 50, 3243, 2223, 2228, 2981, 3059) รองรับทั้ง GI, Aluzinc, EG และ MAZ หมายเหตุ: เหล็ก GI ต้องมีมวลชั้นเคลือบขั้นต่ำ Z060 และ MAZ ต้องมีมวลชั้นเคลือบขั้นต่ำ K060 อีกทั้งต้องพ่น Zinc Spray ปิดตะเข็บทุกครั้ง 2. กรณีเคลือบหลังขึ้นรูป (Hot-Dip): อิง มอก. 3198 ความหนาเฉลี่ยต้อง ≥ 45 ไมครอน หรือมวลสังกะสี ≥ 320 กรัม/ตร.ม. |
| ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน | เป็นการกำหนดมาตรฐานคุณภาพเบื้องต้น | ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด • เข้มงวดเรื่องสเปกและการตรวจสอบมากขึ้น • ป้องกันเหล็กด้อยคุณภาพหลุดรอดสู่ตลาด • ผู้ซื้อได้สินค้าที่มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย |
บทสรุป มาตรฐานใหม่ เพื่อความมั่นใจที่มากกว่า
การเปลี่ยนแปลงมาใช้ มอก. 107-2566 ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ใช้งานทุกท่านค่ะ เพราะช่วยให้เราได้ใช้เหล็กที่มีคุณภาพ ตรวจสอบได้ และเลือกสเปกการกันสนิมได้ตรงกับหน้างานจริงๆ หมดปัญหาเรื่องการถูกย้อมแมวขายเหล็กไม่ได้มาตรฐาน
สำหรับท่านใดที่กำลังมองหา เหล็กกล่อง มอก. เหล็กท่อกลม หรือเหล็กกัลวาไนซ์ ที่ผลิตถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 107-2566 ฉบับใหม่ พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพครบถ้วน สามารถติดต่อสอบถามทีมงาน KTM Metal ได้เลยนะคะ เราคัดสรรเหล็กคุณภาพเน้นๆ พร้อมบริการจัดส่งถึงที่ เพื่อให้งานของคุณแข็งแรงและปลอดภัยที่สุดค่ะ
ปรึกษาเรื่องเหล็กมาตรฐานใหม่ หรือขอใบเสนอราคา ทักหาเราได้ที่
- Line: @ktmmetal
- Tel: 02-323-9307